ระบบทางเดินอาหาร

          คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ล้างพิษโดยตรงในกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ ทำลายพิษตลอดระบบทางเดินอาหาร

 

          การเน่าเหม็นของอาหารที่สะสมค้างอยู่ในลำไส้โดยเฉพาะคือ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ซึ่งใช้ประโยชน์ได้ 67% ส่วนอีก 33% เน่าเหม็นตกค้างอยู่ภายในลำไส้ได้นานหลายวัน ลำไส้คือด่านปราการแรกของร่างกายในการต่อสู้กับความเจ็บป่วย ตามขอบผนังลำไส้มีเป็นแอ่งเป็นกระเป๋าเล็กๆ ( Diverticulae or pockets ) มากมาย กระเป๋าลำไส้เหล่านี้จะถูกขังด้วยเศษโปรตีนที่เน่าเสียและเป็นพิษไหลเข้าสู่เส้นเลือด ซึ่งกระจายไปทั่วร่างกาย ส่วนตรงกระเป๋าบางแห่งนานไปเกิดอักเสบเป็นแผล การย่อยอาหารต่างๆ จะดำเนินไปได้ดีมีประสิทธิภาพนั้นลำไส้จะต้องมีความสะอาด ลำไส้ที่สกปรกทำให้ระบบการย่อยทำงานบกพร่อง

           คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ทำหน้าที่ล้างพิษ และทำความสะอาดระบบทางเดินอาหารได้ดีมาก นอกจากนี้คลอโรฟิลล์ยังช่วยลดกลิ่นเหม็นของอุจจาระอีกด้วย

           คลอโรฟิลล์ช่วยสมานแผลที่เกิดขึ้นในกระเพาะอาหารและลำไส้ บรรเทาอาการปวดท้องเนื่องจากอาหารเป็นพิษ กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ คลอโรฟิลล์จะไปเคลือบบริเวณที่อักเสบและไปกระตุ้นเนื้อเยื่อให้ฟื้นตัวขึ้นมา

           ในสองสามวันแรกที่รับประทานคลอโรฟิลล์ อาจจะพบว่าอุจจาระมีสีเขียวเป็นเพราะสีเขียวของคลอโรฟิลล์ในส่วนที่ร่างกายดูดซึมไม่หมด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าผนังลำไส้มีความสกปรกมานานแล้ว เมื่อรับประทานไปได้สัก 2-3 วัน ลำไส้จะสะอาดขึ้น และสามารถดูดซึมสารอาหารอื่นๆ รวมทั้งคลอโรฟิลล์ได้ดีขึ้น สีเขียวจะค่อยๆ จางลงไป  อีกประการหนึ่งควรคอยสังเกตุดูอุจจาระในวันแรกๆ ถ้าถ่ายเหลวมากไปไม่ใช่เพราะว่าเป็นผลข้างเคียงของคลอโรฟิลล์ แต่เป็นสิ่งที่แพทย์ธรรมชาติบำบัดเรียกว่า "ปฎิกิริยาตอบโต้การบำบัด ( Healing Reaction )" คืออาการอย่างหนึ่งของร่างกายที่คายพิษออกมา ทำให้มีอาการแปรปรวนระยะสั้นๆ ถือว่าเป็นปฎิกิริยาของร่างกายบอกให้รู้ว่าสารที่นำมาใช้ ( คือคลอโรฟิลล์ ) ทำงานได้ผล แต่ถ้าอุจจาระเหลวมากจนคล้ายๆ จะเหมือนลักษณะถ่ายออกมาเป็นน้ำ ( ท้องเดิน ท้องร่วง หรืออุจจาระร่วง ) ควรลดขนาดของคลอโรฟิลล์ครึ่งหนึ่ง อาการจะเบาลง

           ผู้ที่บริโภคเนื้อสัตว์มากเกินปริมาณ อุจจาระที่ถ่ายออกมาจะจมน้ำ มีกลิ่นเหม็นรุนแรงมากคือกลิ่นของเนื้อเน่า ส่วนผู้ที่มีอายุยืนยาวเกินร้อยปีที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงดีนั้น อุจจาระที่เป็นก้อนจะลอยน้ำและมีกลิ่นจางมากไม่เหม็นเน่าน่ารังเกียจ และอีกประการหนึ่งคือผู้ที่บริโภคเนื้อสัตว์มากทำให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหวช้า อาจจะถ่ายอุจจาระนานๆ ครั้งเช่น 2-3 วันต่อหนึ่งครั้ง วันละหนึ่งครั้ง อย่างดีก็วันละ 2 ครั้ง ทำให้มีการสะสมพิษมากขึ้น แต่ผู้บริโภคผักโดยเฉพาะผักสดวันละ 300 กรัมขึ้นไปจะถ่ายอุจจาระวันละ 2-3 ครั้ง เพราะผักสดมีคลอโรฟิลล์และเส้นใยอาหารไฟเบอร์ ทำหน้าที่ล้างพิษและทำหน้าที่กวาดลำไส้ให้สะอาด ทำให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหวเร็วจึงไม่มีการหมักหมมพิษค้างในลำไส้

 ติดต่อ แอดไลน์ ID Line: prada7260

Visitors: 144,014