พฤติกรรมการกินทำให้ป่วย

          ก่อนตักอาหารใส่ปาก ควรคิดสักนิด เพราะพฤติกรรมบางอย่างที่เริ่มต้นทำโดยไม่ตั้งใจ อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณในอนาคตโดยไม่รู้ตัว

 

อาหารแปรรูปไส้กรอกมื้อเช้า

          อาหารจานด่วนและจานโปรดของใครหลายๆคนที่กินกันได้แทบทุกมื้อ ลองนึกถึงไส้กรอกปรุงสำเร็จที่เพียงแค่นำไปอุ่นในไมโครเวฟไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ รู้ไหมว่าแค่ไส้กรอกแท่งเล็กๆ มีอันตรายอย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว เพราะแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนไส้กรอกนั้นมีส่วนทำให้คุณเกิดอาการวิงเวียนศรีษะ อาเจียนหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง บางรายอาจถึงขั้นเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเลยก็มี นอกจากนี้ทางสถาบันวิจัยมะเร็งในประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่าการรับประทานไส้กรอกนั้นเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ถึง 12%

 

กินหวานจัดเป็นนิสัย

          สำหรับคนที่มีนิสัยชอบกินของหวานล้างปากหลังมื้ออาหารคาว เห็นทีคงต้องทบทวนตัวเองเสียใหม่ เพราะน้ำหนักตัวของคุณอาจพุ่งปรี๊ดโดยไม่รู้ตัว ยิ่งใครกินหวานจัดจนเป็นนิสัยยิ่งเสี่ยงต่อโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคหัวใจถามหา แถมมีโอกาสเกิดฟันผุสูงอีกต่างหาก ถ้าบริโภคน้ำตาลมากๆ กรดที่เกิดขึ้นจากการย่อยน้ำตาลและแป้ง จะทำให้ผลของการใช้ฟลูออไรด์ทำงานลดลง

 

กินเร็ว กลืนเร็ว

          การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดถือเป็นด่านแรกของการย่อยอาหารให้มีขนาดเล็กลง เพื่อช่วยให้กระเพาะอาหารทำงานเบาขึ้น ยิ่งเคี้ยวละเอียดมากเท่าไหร่ร่างกายก็ยิ่งดูดซึมสารอาหารต่างๆ ได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการกินมากเกินไป และเป็นโรคอ้วนได้ เพราะเมื่อเรากินอาหารเข้าไป กระเพาะอาหารจะส่งสัญญาณไปยังสมองเพื่อให้รับรู้ว่าอิ่ม ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่หากกินไว เคี้ยวไว กลไกในการส่งสัญญาณมีความล่าช้ากว่าการกิน ก็จะทำให้เรากินในปริมาณที่มากเกินไป ส่งผลทำให้เกิดโรคอ้วนได้

 

บุฟเฟต์ในฝัน

          รู้หรือไม่ว่า การบริโภคอาหารบุฟเฟต์เป็นประจำอาจส่งผลให้คุณบริโภคอาหารที่มากเกินจำเป็น ซึ่งอาจหมายถึงการบริโภคไขมันแฝงเข้าไปจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว เช่น เนย นม ที่อยู่ในน้ำสลัด หรือเป็นส่วนผสมในอาหาร เช่น ขนมปังกระเทียม เห็ดผัดเนย เหล่านี้ล้วนส่งผลให้ไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มขึ้น เกิดเป็นโรคอ้วน และนำมาซึ่งอีกหลายโรคตามมา เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ถ้าห้ามใจเข้าร้านบุฟเฟต์ไม่ได้ ให้ท่องไว้ว่า หยุดกินก่อนที่จะรู้สึกอิ่ม จะทำให้เราอิ่มพอดีไม่แน่นเกินไปในภายหลัง หรืออาจกินผลไม้แทน เพราะปัญหาการกินบุฟเฟต์ของคนส่วนใหญ่มักเสียดายและกลัวไม่คุ้ม จึงเป็นที่มาของการบริโภคอาหารที่มากเกินจำเป็นนั่นเอง

 

ขบเคี้ยวมันฝรั่ง ของทอด ระหว่างดูทีวี

          หากพลิกถุงขนมไปดูส่วนประกอบด้านหลัง คุณอาจจะถึงบางอ้อว่า แท้จริงแล้วมันฝรั่งเต็มไปด้วยปริมาณสารปรุงแต่งรสและเกลือที่สูงมาก ผลการศึกษาในต่างประเทศหลายแห่งพบว่า ในมันฝรั่งทอดมีไขมันทรานส์สูง ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้น้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น และหากกินบ่อยๆจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์ รวมถึงโรคซึมเศร้าได้ การกินอาหารรสเค็มจัดที่ได้จากเกลือโซเดียมหรือเกลือแกงมากกว่า 6 กรัมต่อวันหรือมากกว่า 1 ช้อนชาขึ้นไป จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง ซึ่งจะยิ่งสูงขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยชอบกินผัก ผลไม้ หรือกินน้อยแต่กินอาหารรสเค็มจัด ยิ่งมีโอกาสเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารมากขึ้น

 

กินเผ็ดประจำ

          แม้ว่ารสชาติเผ็ดร้อนจากพริกจะให้คุณประโยชน์หลากหลาย แต่หากเผ็ดร้อนมากเกินไปก็กลายเป็นโทษได้เช่นกัน เพราะสารแคปไซซินในพริกอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้ ทำให้หลอดอาหารหดเกร็ง รู้สึกจุกแน่นลิ้นปี่ หากรับประทานเข้าไปแบบเกินลิมิต ที่สำคัญการรับประทานอาหารเผ็ดบ่อยๆ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารและมะเร็งตับ ยิ่งถ้าเก็บรักษาพริกป่นไม่ดี ปล่อยให้มีความชื้น จะส่งผลให้เกิดสารอะฟลาทอกซิน ซึ่งง่ายต่อการเกิดเชื้อราและเสี่ยงต่อมะเร็งตับ

 

ดื่มไม่เลือก

          น้ำอัดลมไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่อย่างใด ( ในแง่ของวิตามินและแร่ธาตุ ) แต่จะมีส่วนผสมของน้ำตาลและกรดสูง ไใ่นับรวมสารปรุงแต่งจำพวกวัตถุกันเสียและแต่งกลิ่นแต่งสี บางคนชอบดื่มน้ำอัดลมเย็นๆ หลังกินอาหารแต่ละมื้อ ซึ่งนั่นทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารของร่างกายต่ำลง แถมยังส่งแก๊สซึ่งมีกลิ่นเหม็นออกมา

 

กินนอกบ้านตลอด 

          ผลการทดสอบจากผู้หญิงที่เคยกินอาหารนอกบ้านสัปดาห์ละ 9 ครั้ง เมื่อลดการสังสรรค์ลงเหลือเพียงสัปดาห์ละครั้ง พวกเธอน้ำหนักลดฮวบจากเดิมถึง 9 กิโลกรัมภายใน 2 เดือน นอกจากนั้นการทำอาหารกินที่บ้าน มีข้อดีคือ เรารู้ว่าใส่หรือไม่ใส่อะไรลงไป โดยเฉพาะผงชูรสที่ร้านอาหารต่างๆ ชอบใส่กัน รวมไปถึงความสดใสใหม่ของอาหารที่เราควบคุมวัตถุดิบได้เอง

 

อาหารดิบๆ สุกๆ

          การกินของปรุงไม่สุกเสี่ยงต่อการได้รับพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งจะทำให้ท่อน้ำดีและตับเกิดการอักเสบ ส่งผลให้เป็นมะเร็งที่ท่อน้ำดีในตับได้ อาหารที่ปิ้งย่าง รมควัน หรือเนื้อสัตว์ที่ไหม้เกรียม จะมีสารเคมีประเภทไฮโดรคาร์บอนซึ่งจัดเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่

เทคนิคสำรวจตัวเอง เพียงแค่ไตร่ตรองพื้นฐานของการบริโภคอาหาร รู้จักควบคุมปริมาณและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ก่อนจะลงมือกินอาหารมื้อใด ลองถามตัวเองว่า อาหารเหล่านั้นมีสารอาหารครบถ้วนหรือไม่ หรือเข้าข่ายเสี่ยงต่อการทำให้เกิดโรค ครั้งหน้าอย่าลืมทำให้ "อาหารก็เป็นยาได้" สำหรับทุกมื้อของคุณ

Visitors: 144,015