เช็กสัญญาณใจป่วย

หากร่างกายเจ็บป่วยเรายังพอสังเกตุจากสุขภาพภายนอกได้ แต่หากจิตใจป่วยไข้ แม้จะเดินสวนกันไปมาก็แทบไม่สามารถล่วงรู้ได้เลย เพราะอาการใจป่วยนั้นแทบไม่มีสัญญาณภายนอกให้เห็น ที่สำคัญไม่มีใครรู้จักรู้ใจคุณดีเท่าตัวคุณเอง ลองหันมาสำรวจจิตใจของตัวเองกันดีไหม

 

อารมณ์เศร้า/โรคซึมเศร้า

     อารมณ์เศร้า จะเป็นอารมณ์พื้นฐานของคนเรา ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดตามหลังการสูญเสีย หรือเมื่อบุคคลนั้นต้องเผชิญปัญหาอุปสรรคต่างๆ แล้วหาทางแก้ไขไม่ได้ แต่โดยปกติอารมณ์เศร้ามักอยู่กับเราไม่นานแล้วค่อยๆ ดีขึ้นเอง และในที่สุดก็ปรับตัวได้ หลายคนสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาส กลับมาฮึดสู้แก้ไขในสิ่งที่ทำให้เศร้าได้สำเร็จ

     ส่วนโรคซึมเศร้าจะมีลักษณะที่ชัดเจนและเป็นยาวนานกว่า นั่นคือจะมีอารมณ์เศร้าหรืออารมณ์หงุดหงิดที่เป็นมากและเป็นอยู่เกือบตลอดทั้งวัน ติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ อาการไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเอง ทำให้บกพร่องในเรื่องการคิด การตัดสินใจ ไม่สามารถทำหน้าที่การงานหรือการเรียนได้เหมาะสมดังเดิม หลายครั้งบุคคลที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าต้องเผชิญศึก 2 ด้าน ทั้งเจอกับอารมณ์เศร้าที่มาจากตัวโรคเอง และยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากครอบครัวและคนใกล้ชิด บางคนมักจะมองว่าโรคซึมเศร้านั้นเป็นโรคที่เกิดจากความอ่อนแอ ความขี้เกียจ

 

7 สัญญาณอันตราย เข้าข่ายโรคซึมเศร้า

     ไม่มีความสนใจในสิ่งต่างๆ รอบตัว เรียกง่ายๆว่า ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น เบื่อหน่ายไปหมด ไม่มีหนังเรื่องโปรดให้ดู ไม่อยากหยิบหนังสือที่เคยชอบขึ้นมาอ่าน ไม่อยากแม้แต่จะหันไปจับงานอดิเรกใดๆ ทั้งสิ้น

     กินเปลี่ยนไปจากเดิม เบื่ออาหาร กินข้าวไม่อร่อย หรือบางคนเป็นตรงกันข้าม คือกินมากขึ้นทั้งๆ ที่ไม่หิว ทำให้มีน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงในหนึ่งเดือน กินแต่ของหวาน น้ำอัดลม กาแฟ บางคนอิ่มมาแล้วก็ยังกิน และมีพฤติกรรมซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว

     การนอนเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น นอนไม่หลับ นอนได้สั้นกว่าเดิม มักตื่นก่อนเวลาตื่นประจำของตน หรือบางคนจะนอนทั้งวันโดยไม่อยากลุกไปทำอะไร อ่อนเพลีย

     ท่าทางเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เชื่องช้า ซึม  เก็บตัว หรือบางคนเป็นตรงกันข้าม คือกระสับกระส่าย กระวนกระวาย รู้สึกอึดอัด รู้สึกอ่อนเพลีย เหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไร หลายคนจะมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ปวดหลัง ปวดศรีษะ สมาธิ ความจำไม่ดี ทำให้ทำงานผิดพลาดมากกว่าที่เคยทำ

     ปลีกตัวออกจากสังคมเพราะไม่มั่นใจ ขาดแรงกระตุ้นในสิ่งที่ตนเคยทำอยู่เป็นประจำ เกิดความคิดเชิงลบต่อตัวเองและโลกภายนอก เชื่อว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี ไม่คู่ควรกับสิ่งดีๆ คิดว่าไม่มีทางหรือคงไม่มีใครจะมาแก้ไขอะไรให้ดีขึ้นได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีความคิดเช่นนี้มาก่อน

     ไม่อยากลุกจากเตียงไปทำงาน  คนประเภทนี้คือคนที่เกลียดวันจันทร์ คิดว่าการออกไปเผชิญหน้ากับสังคมที่ทำงานเป็นเรื่องน่าเบื่อ

     เสพติดโซเชียลมีเดีย  นั่งวิตกจริตว่าทำไมเขาถึงไม่ส่งข้อความกลับมาหาคุณ ใช้เวลาอยู่กับเฟซบุ๊กมากกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่รู้ตัวว่าบางครั้งโซเชียลมีเดียก็กินเวลากว่าครึ่งวันของคุณไปโดยปริยาย

 

 เครียดต้องอ่าน ไม่เครียดก็ต้องอ่าน

     หากเช็กสัญญาณรอบตัวแล้วว่า เราอาจเข้าข่ายป่วยเป็นโรคเครียดเรื้อรัง โรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว เหล่านี้คือวิธีเริ่มต้นง่ายๆ

     ระบาย  ไดอารี่เพียงหนึ่งเล่มสามารถช่วยให้คุณคลายทุกข์หนักเป็นเบาได้ มีสถิติบ่งชี้ว่าคนที่มีเพื่อนสนิท หรือมีคนที่รักสักคนที่สามารถระบายให้ฟังได้ทุกปัญหา คนประเภทนี้จะมีอัตราเผชิญความเครียดน้อยกว่า

     ปั่นจักรยาน  มีตลกฝรั่งกล่าวไว้ว่า "คุณจะไม่รู้สึกเศร้าอีกเลยถ้าคุณนั่งบนหลังอานจักรยาน"  นอกจากการปั่นจักรยานจะทำให้สุขภาพแข็งแรง ยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์และเข้าสังคมได้ดี การออกไปปั่นจักรยานตอนเช้าช่วยให้หลับได้ลึกกว่าเดิมและลดปัญหาการนอนไม่หลับ คณะแพทย์ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ทดลองให้คนที่มีปัญหานอนหลับยาก  ออกไปปั่นจักรยานตอนเช้าทุกๆ วัน วันละ 20-30 นาที ผลปรากฎว่าสามารถนอนหลับสนิทได้เร็วขึ้นเกือบหนึ่งชั่วโมง

     ปรับทัศนคติ  เข้าใจก่อนว่าโรคซึมเศร้า โรคเครียด ก็เป็นเหมือนโรคอื่นๆ ทั่วไป เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน และไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับคนใกล้ชิดหรือคนที่ไว้ใจ  รีบหาช่องทางรักษาดูแลใจของตัวเองเสียแต่เนิ่นๆ 

     เปลี่ยนสภาพแวดล้อม  ลองปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน จัดมุมโต๊ะทำงานใหม่ ปรับตำแหน่งของห้องนอน หรือแค่เปลี่ยนสีผ้าปูที่นอน วิธีง่ายๆ แต่ช่วยทำให้จิตใจสงบได้

     ปรับพฤติกรรม กินอาหารที่ดี  อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีอาหารที่ช่วยต้านเครียดให้เลือกตามใจชอบ เช่น ข้าวกล้อง ผักโขม ซึ่งอุดมไปด้วยสารแมกนีเซียม

 

     อย่าหวังให้สิ่งใดเปลี่ยนแปลงหากคุณยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ลองตื่นเช้าขึ้นกว่าเดิมสัก 20 นาทีเพื่อที่จะไม่ต้องเครียดกับรถติดและกังวลว่าจะไปทำงานสาย ไม่หอบงานไปทำที่บ้านจนเครียดก่อนเข้านอน อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญคือการปรับทัศนคติ ปรับวิธีการมองตัวเอง และฝึกทักษะต่างๆ ที่จะช่วยให้เอาชนะอาการซึมเศร้าได้

 

 

Visitors: 144,013